
ในปี พ.ศ. 2403 ได้ค้นพบลูกขนไก่แบบโบราณ ซึ่งอยู่ในสภาพดีจำนวนมากถูกเก็บรักษาเอาไว้ที่แบดมินตันเฮ้าส์ ซึ่งมีรูปร่างและขนาดที่แตกต่างกันออกไปไม่แน่นอน แต่มีขนาดใหญ่ และหนักกว่าลูกขนไก่ในปัจจุบันมาก มีกำมะหยี่ห่อหุ้มที่ฐาน และผูกริบบิ้นสีสวยเอาไว้ และต่อมาได้พบลูกขนไก่ซึ่งมีหลักฐานระบุว่าทำขึ้นที่อินเดียในปี พ.ศ. 2408 ถูกเก็บรักษาไว้ในพิพิธภัณฑ์มีขนไก่ 19 ขน ความยาวของขนไก่ 3 นิ้ว มีฐานเป็นไม้คอร์ก พื้นเรียบมีริบบิ้นผูกติดเอาไว้ด้วย ในปี ค.ศ. 1870 ได้มีการจดบันทึกประวัติกีฬาแบดมินตันไว้เป็นการแน่นอนโดยกล่าวว่าการเล่นกีฬาแบดมินตันได้เกิดขึ้นที่เมืองปูนา ซึ่งเป็นเมืองเล็ก ๆ ห่างจากบอมเบย์ในประเทศอินเดียประมาณ 50 ไมล์ โดยเล่นบนพื้นสนามหญ้าเอาไม้แผ่นกระดานบาง ๆ มาทำเป็นไม้ตีคล้ายพัดตีลูกขนไก่โต้กันไปมา ต่อมามีนายทหารอังกฤษที่ไปประจำการอยู่ที่นั้น นำเกมการตีลูกขนไก่นี้กลับไปยังเกาะอังกฤษ และเล่นกันอย่างแพร่หลาย ณ คฤหาสน์แบดมินตัน ของท่านดยุค แห่งบิวฟอร์ดที่กล๊อสเตอร์ในปี ค.ศ. 1873 เป็นคฤหาสน์ที่ใหญ่โตกว้างขวาง มีเนื้อที่เป็นสวนรุกขชาติล้อมรอบมีปริมณฑล 10 ไมล์ อยู่ในทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองบริสตอลราว ๆ 17 ไมล์ ต่อมาก็เรียกชื่อกีฬาลูกขนไก่นี้ว่า "แบดมินตัน" ตามชื่อคฤหาสน์ ดังกล่าวตั้งแต่นั้นมา หลังจากนั้นก็มีการเล่นกีฬาแบดมินตันแพร่หลายไปยังประเทศต่าง ๆ ในภาคพื้นยุโรป เช่นเดนมาร์ก สวีเดน เป็นต้น เกมกีฬาแบดมินตันนี้มีลักษณะคล้าย ๆ กับการเล่นเทนนิสแต่สามารถเล่นได้ภายในตัวตึกโดยไม่ต้องกังวลต่อลม หรือหิมะที่กระหน่ำมารบกวนการเล่นเกมในฤดูหนาว เมื่อมีชาวยุโรปได้อพยพไปอยู่ในทวีปอเมริกา ได้นำเอาเกมการเล่นนี้ไปด้วย ส่วนทางเอเชียนั้น ได้มีการแพร่หลายมาโดยทหารเรืออังกฤษนำมาเล่นในอาณานิคมของอังกฤษที่ถูกยึดครองเป็นส่วนใหญ่ เช่น ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ มาเลเซีย ต่างนำเกมแบดมินตันไปเล่นยังประเทศของตนอย่างแพร่หลาย การที่ประเทศอังกฤษมีอาณานิคมกว้างขวางทำให้เกมการเล่นแบดมินตันแพร่หลายไปยังส่วนต่าง ๆ ของโลกอย่างกว้างขวาง รวมทั้งประเทศไทยด้วย
